Thief Beginner Guide
วิธีเล่น Thief
Thief คือนักฆ่าคล่องตัวที่ตีเร็ว หายตัว และหนีเก่ง คู่มือนี้พาตั้งแต่เลเวล 1 จนถึงเลือก Elite Spec ทีละขั้น อ่านจบก็เริ่มเล่นได้เลย
ต้องมีก่อน
- บัญชี Guild Wars 2 และตัวละคร Thief (เกมหลักเล่นฟรี)
- Elite Spec ต้องมีภาคเสริมที่สายนั้นอยู่ และตัวละครเลเวล 80
- รางวัล
- รู้ว่าแต่ละช่วงเลเวลควรเลือกอาวุธ สกิล และ trait อะไร พร้อมทางไปต่อเมื่อถึงเลเวล 80
- ค่าใช้จ่าย
- เล่นฟรี · Elite Spec ต้องมีภาคเสริม
- ใช้เวลา
- ไล่ไปพร้อมเลเวล 1–80
ทำแล้ว 0 จาก 13 ขั้น
รู้จักอาชีพก่อนเล่น
Thief เล่นเป็นอย่างไร
Thief ใส่เกราะกลาง (medium armor) เลือดต่ำ แต่คล่องตัวมาก เล่นแบบกระโดดเข้าไปตีเร็วๆ แล้วหลบหรือหายตัว (Stealth แปลว่าล่องหน ศัตรูมองไม่เห็น) ไม่ต้องยืนรับดาเมจ
จุดเด่นคือเคลื่อนที่ไว หลบเก่ง และเลือกสู้ทีละตัวได้ จุดอ่อนคือเลือดน้อยและทนการโดนตีตรงๆ ได้น้อย ถ้าโดนรุมนานๆ จะตายเร็ว
เหมาะกับคนที่ชอบตีเร็ว กดสกิลถี่ๆ และไม่ชอบยืนอยู่กับที่ ถ้าอยากเล่นแบบตายยากมากๆ ลอง เปรียบเทียบอาชีพอื่น ได้
เคล็ดลับ:ดูสรุปอาชีพนี้และ Elite Spec ทั้ง 4 สายที่ หน้าข้อมูล Thief
กลไกพิเศษ: Initiative และ Steal (F1)
สกิลอาวุธของ Thief ไม่มีคูลดาวน์ (recharge คือเวลารอก่อนกดซ้ำ) แต่ใช้แต้ม Initiative แทน ฐานมี 12 แต้ม ฟื้นเองวินาทีละ 1 แต้ม สกิลแรงกินแต้มมากกว่า พอแต้มหมดก็ต้องรอฟื้นก่อนกดสกิลอาวุธได้อีก ดังนั้นอย่ากดรัวจนหมดตอนที่ยังไม่ต้องการ
ปุ่ม F1 คือ Steal เป็นการวาร์ปไปหาศัตรูแล้วขโมยของมาเก็บไว้ ของที่ได้จะไปอยู่ที่ F2 ให้กดใช้ตอนต้องการ เช่น ขโมยไข่จากนก Moa มาใช้ฮีล ศัตรูแต่ละแบบให้ของไม่เหมือนกัน Steal ฟื้นเร็วพอสมควร (คูลดาวน์ 25 วินาที) จึงใช้ได้บ่อย
ปุ่มกลไกนี้ปลดล็อกที่เลเวล 5 ถ้าขโมยซ้ำก่อนใช้ของเดิม ของเดิมจะหายไป
เคล็ดลับ:แม้ถูกควบคุม (เช่นโดนมึน) Steal ก็ยังกดได้ จึงช่วยให้หลุดจากสถานการณ์แย่ๆ ได้
เลเวล 1–20: อาวุธและสกิลแรก
อาวุธเริ่มต้นที่เล่นง่าย
สกิลช่อง 2 ปลดที่เลเวล 2, ช่อง 3 ที่เลเวล 4, ช่อง 4 ที่เลเวล 6 (ต้องมีอาวุธมือรอง ปลดที่เลเวล 7) และช่อง 5 ที่เลเวล 8 ลองสามชุดนี้ก่อน
- Dagger + Dagger: ตีติดตัวศัตรู มีสกิล Heartseeker กระโดดเข้าหาและตีเร็ว มีสกิลหนีด้วย เช่น Cloak and Dagger ได้ Stealth เหมาะกับคนอยากรู้สึกเป็นนักฆ่า
- Short bow: ยิงจากไกล ไม่ต้องเสี่ยงเข้าใกล้ เช่น Cluster Bomb ระเบิดเป็นวง เหมาะกับคนที่ยังไม่ชินกับการเข้าไปตี
- Sword + Pistol: ดาบใช้กระโดดเข้าไปด้วย Infiltrator's Strike ส่วนปืนมี Head Shot ทำให้ศัตรูมึน (daze) แล้วหนีได้ทัน
ถ้ามี Janthir Wilds จะใช้หอก (Spear) บนบกได้ด้วย ถ้ามี Secrets of the Obscure และปลดล็อก Expanded Weapon Proficiency จะได้ใช้ Axe เพิ่มอีกอย่าง เป็นตัวเลือกเสริม ไม่จำเป็นตอนเริ่ม
เคล็ดลับ:ทุกตัวเลือกด้านบนใช้ได้ฟรีตั้งแต่ต้น ลองเปลี่ยนไปมาตอนเลเวลต่ำเพื่อหาแบบที่ชอบ ไม่มีค่าใช้จ่ายมากนัก
สลับอาวุธ (เลเวล 10)
เลเวล 10 เปิดให้พกอาวุธสองชุดแล้วกดสลับระหว่างสู้ได้ (ปุ่ม ~ เป็นค่าเริ่มต้น) สลับระหว่างสู้มีคูลดาวน์ 10 วินาที
ไอเดียง่ายๆ: ชุดแรกเป็น Dagger + Dagger สำหรับสู้ใกล้ ชุดสองเป็น Short bow สำหรับยิงจากไกลหรือตอนต้องถอย Thief สลับอาวุธระหว่างสู้ได้ ต่างจาก Engineer และ Elementalist
สกิลฮีลที่แนะนำ
Withdraw เป็นตัวเลือกง่าย: ล้างสถานะร้าย แล้วกลิ้งถอยหลังพร้อมฮีล หลบการโจมตีได้ด้วย คูลดาวน์ 18 วินาที
อีกตัวคือ Hide in Shadows: หายตัว ล้างสถานะร้าย แล้วฟื้นเลือด (คูลดาวน์ 25 วินาที) ดีเมื่ออยากหลุดจากศัตรูหลายตัว สกิลที่ซับซ้อนกว่าคือ Skelk Venom ที่ต้องโจมตีต่อเพื่อให้ฮีล
สกิล Utility (ปลดที่เลเวล 11, 15, 19)
ช่อง Utility สามช่องเปิดทีละช่องที่เลเวล 11, 15 และ 19 สามตัวที่ใช้ง่ายสำหรับโอเพนเวิลด์:
- Blinding Powder: ทำให้ศัตรูรอบตัวตาบอด (โจมตีพลาด) และให้เพื่อนใกล้ๆ ล่องหน ใช้ตอนโดนรุม
- Shadowstep: วาร์ปไปจุดที่ต้องการ กดอีกครั้งเพื่อกลับที่เดิมพร้อมล้างสถานะร้ายสามอย่าง ใช้หนีหรือข้ามหลุม
- Signet of Agility: ติดตัวเพิ่ม Precision (โอกาสตีติดคริ) เมื่อกดใช้จะเติม Endurance (แถบหลบ) เต็มและล้างสถานะร้ายของเพื่อนใกล้ๆ
อยากไม่ต้องกดอะไรมาก ลอง Haste (ให้ quickness คือทำทุกอย่างเร็วขึ้น, fury และ swiftness) หรือ Roll for Initiative ที่ฟื้นแต้ม Initiative ระหว่างหลบ
เลเวล 21–80: Trait และ Elite skill
เลเวล 21: เลือกสาย trait แรก
เลเวล 21 ได้ช่อง Specialization ช่องแรก (trait คือความสามารถเสริมที่เลือกเองจากแต่ละสาย) แนะนำ Critical Strikes เพราะง่าย: เพิ่มโอกาสและความแรงของการตีคริติคอล trait เช่น Keen Observer (คริเพิ่ม) และ Practiced Tolerance (ได้ Ferocity ตามค่า Precision) ทำให้ตีแรงขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนวิธีเล่น
อีกทางคือ Shadow Arts ถ้าอยากตายยากขึ้น มี trait ที่ล้างสถานะร้ายหรือฮีลเมื่อเข้า/ออกจาก Stealth
เคล็ดลับ:ตั้ง trait ในแท็บ Build (กด H) ดูรายชื่อสายทั้งหมดของ Thief ได้ที่ หน้าข้อมูล Thief
เลเวล 45: สายที่สอง
ช่องที่สองเปิดที่เลเวล 45 ใส่ Acrobatics ถ้าอยากหลบและวิ่งเก่ง trait อย่าง Pain Response ลบสถานะดาเมจเมื่อหลบ ส่วน Upper Hand คืน Initiative เมื่อหลบ
หรือเลือก Trickery ถ้าอยากใช้ Steal ให้คุ้ม: Thrill of the Crime ให้ Steal แจก might, fury และ swiftness ให้เพื่อนใกล้ๆ ด้วย
เลเวล 71: สายที่สาม
ช่องที่สามเปิดที่เลเวล 71 และจะเป็นช่องที่ใส่ Elite Spec ได้ที่เลเวล 80 ระหว่างนั้นใส่สาย core ไปก่อน เช่น Deadly Arts ที่เพิ่มดาเมจและมีพิษ:Dagger Training ให้ Power เพิ่มเมื่อถือ Dagger
Elite skill (ปลดที่เลเวล 31)
Thieves Guild เรียกโจรสามคนมาช่วยตี เหมาะกับมือใหม่เพราะกดแล้วปล่อยได้ (คูลดาวน์ 120 วินาที)
ถ้าอยากตีแรงเอง ลอง Dagger Storm หมุนตัวปาดาบ ป้องกันกระสุน และเคลื่อนที่ได้ระหว่างหมุน หรือ Basilisk Venom ที่ทำให้ศัตรูเป็นหิน
เลเวล 80: เลือกทางของคุณ
เลือก Elite Spec
ที่เลเวล 80 ปลดล็อก Elite Spec ด้วย Hero Point (250 แต้มต่อสาย เริ่มใช้ได้ที่ 30 แต้ม สายของ Visions of Eternity ต้อง 40) วิธีเก็บอยู่ใน ปลดล็อก Elite Spec แรก ต้องมีภาคเสริมของสายนั้น
- Daredevil (Heart of Thorns): ใช้ Staff มีแถบ Endurance เพิ่มและท่าหลบแบบพิเศษ เป็นสายสู้ใกล้ที่คล่องตัวมาก ท่าหลบเปลี่ยนได้ตามใจ เล่นตรงไปตรงมาจึงน่าลองก่อน
- Deadeye (Path of Fire): ใช้ Rifle ยิงไกลแบบสไนเปอร์ ใช้ Deadeye's Mark มาร์กเป้าแทน Steal ถ้าอยากยิงจากไกล สายนี้เหมาะ
- Specter (End of Dragons): ใช้ Scepter และ Shadow Shroud ผูกพลังกับเพื่อน ใช้ Scepter แจกบาเรียร์ (เกราะดูดดาเมจชั่วคราว) ให้เพื่อนได้ ทั้งตีและช่วยทีม
- Antiquary (Visions of Eternity): มี Skritt ช่วยขโมยและสกิล Double Edge ที่กดได้แม้ยังคูลดาวน์อยู่ แต่เสี่ยงย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง ซับซ้อนที่สุด
ถ้ามี Secrets of the Obscure และปลดล็อก Weaponmaster Training จะใช้ Staff, Rifle และ Scepter ได้โดยไม่ต้องใส่ Elite Spec (ใช้กับอาวุธจาก HoT, PoF และ EoD เท่านั้น)
เคล็ดลับ:อ่านรายละเอียดแต่ละสายที่ Daredevil, Deadeye, Specter และ Antiquary
ชุดสเตตตามบทบาท
สเตต (stat) คือชุดค่าพลังที่ติดมากับเกียร์ เลือกให้ตรงกับวิธีตีของคุณ ดูเรื่องเกียร์ทั้งหมดที่ เกียร์ & Build และทางปรับเกียร์เป็นระดับสูงที่ ทำ Ascended Gear
- ตีแรงด้วยดาเมจตรง (power): Berserker's (Power, Precision, Ferocity) หรือ Marauder (เพิ่ม Vitality ให้เลือดมากขึ้น)
- ตีด้วยสถานะร้าย (condition เช่นเลือดไหล พิษ): Viper's (Power, Condition Damage, Precision, Expertise) หรือ Trailblazer's ที่เน้นทนทานกว่า
- ซัพพอร์ต (ถ้าเล่น Specter): Harrier's เน้น Healing Power และ Concentration ช่วยให้ buff ที่แจกอยู่นานขึ้น
เคล็ดลับ:ระหว่างเลเวลขึ้นเร็ว ใส่เกียร์ที่เก็บได้ไปก่อน แล้วค่อยจัดชุดสเตตจริงจังตอนเลเวล 80
ทีมต้องการอะไรจาก Thief
ใน Fractal, Strike และ Raid Thief ส่วนใหญ่มาในบทบาทตีดาเมจ ส่วน Specter ทำได้ทั้งตีและซัพพอร์ต และมี trait Shadestep ที่แจก alacrity (บัฟที่ทำให้สกิลฟื้นเร็วขึ้น) ส่วนใน WvW และ PvP การเคลื่อนที่เร็วและหายตัวช่วยให้เลือกได้ว่าจะสู้หรือหนี
Build โลกเปิดที่อธิบายเป็นภาษาไทยทุกช่อง: Thief สาย Power ไม่ต้องมีภาคเสริม และ Deadeye ถือปืนคู่ยิง Unload รัว หรือ ใส่ API key ให้เว็บดูตัวละครของคุณ แล้วแนะนำ build ที่บัญชีคุณใช้ได้
แหล่งข้อมูล
- Thief – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Initiative – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Steal – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Stealth – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Weapon skill – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Weapon swap – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Utility skill – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Weaponmaster Training – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Expanded Weapon Proficiency – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Attribute combinations – Guild Wars 2 Wiki ↗