Elementalist Beginner Guide
วิธีเล่น Elementalist
Elementalist คือจอมเวทที่สลับธาตุไฟ น้ำ ลม ดิน ได้กลางการต่อสู้ เล่นยากขึ้นนิดหน่อยแต่สนุกมาก คู่มือนี้พาไล่ตั้งแต่เลเวล 1 จนถึงเลือก Elite Spec ทีละขั้น
ต้องมีก่อน
- บัญชี Guild Wars 2 และตัวละคร Elementalist (เกมหลักเล่นฟรี)
- Elite Spec ต้องมีภาคเสริมที่สายนั้นอยู่ และตัวละครเลเวล 80
- รางวัล
- รู้ว่าแต่ละช่วงเลเวลควรเลือกอาวุธ สกิล และ trait อะไร พร้อมทางไปต่อเมื่อถึงเลเวล 80
- ค่าใช้จ่าย
- เล่นฟรี · Elite Spec ต้องมีภาคเสริม
- ใช้เวลา
- ไล่ไปพร้อมเลเวล 1–80
ทำแล้ว 0 จาก 13 ขั้น
รู้จักอาชีพก่อนเล่น
Elementalist เล่นเป็นอย่างไร
Elementalist ใส่เกราะเบา (light armor) มีเลือดพื้นฐานต่ำที่สุดกลุ่มหนึ่ง แต่มีสกิลให้เลือกใช้เยอะมาก เพราะสกิลอาวุธเปลี่ยนไปตามธาตุที่เลือกอยู่ ตีแรง ช่วยเพื่อนหรือฮีลก็ทำได้
จุดเด่นคือยืดหยุ่น เปลี่ยนบทบาทได้ในชุดเดียว จุดอ่อนคือเลือดน้อย ต้องเล่นระวังตัวและเลือกสกิลให้ถูกจังหวะ จึงเหมาะกับคนที่ชอบเรียนรู้และอยากรู้สึกคุมพลังธรรมชาติ ถ้าอยากเล่นง่ายกว่านี้ดู เปรียบเทียบอาชีพ ได้
เคล็ดลับ:ดูสรุปอาชีพนี้และ Elite Spec ทั้ง 4 สายที่ หน้าข้อมูล Elementalist
กลไกพิเศษ: Attunement (F1–F4)
Elementalist ถืออยู่ในธาตุใดธาตุหนึ่งเสมอ (attunement แปลว่าการปรับตัวเข้ากับธาตุ) ปุ่ม F1 ไฟ, F2 น้ำ, F3 ลม, F4 ดิน กดแล้วสกิลอาวุธช่อง 1–5 เปลี่ยนเป็นชุดของธาตุนั้นทันที ไม่มีท่าร่ายก่อน และกดกลางการร่ายสกิลอื่นได้
ธาตุปลดทีละอัน: ไฟมีตั้งแต่เลเวล 1, น้ำเลเวล 5, ลมเลเวล 11, ดินเลเวล 15 ธาตุที่เพิ่งใช้ต้องรอ 10 วินาทีก่อนกลับมาได้ ส่วนธาตุอื่นรอแค่ 1.5 วินาที จึงสลับวนไปเรื่อยๆ ได้
แนวคิดคร่าวๆ: ไฟตีแรง น้ำฮีลและชะลอศัตรู ลมตีเร็วและคุมศัตรู ดินป้องกันและคุมพื้นที่ ใช้ธาตุตามสถานการณ์ ไม่ต้องพยายามจำสกิลครบทุกตัวในวันแรก
เคล็ดลับ:แถบกลไกของทุกอาชีพเปิดที่เลเวล 5 แต่ธาตุไฟมีให้ใช้ตั้งแต่เลเวล 1
เลเวล 1–20: อาวุธและสกิลแรก
อาวุธเริ่มต้น และธาตุ × อาวุธ
อาวุธหนึ่งชุดมีสกิลช่อง 1–5 ครบทุกธาตุ รวม 20 สกิลต่ออาวุธหนึ่งชุด (สกิลช่อง 2 ปลดที่เลเวล 2, ช่อง 3 ที่เลเวล 4, ช่อง 4 ที่เลเวล 6 ซึ่งต้องมีอาวุธมือรอง ปลดที่เลเวล 7, ช่อง 5 ที่เลเวล 8) เริ่มด้วยสามแบบนี้
- Staff: ยิงเวทเป็นวงจากระยะไกล ช่อง 5 เป็นสกิลวงกว้างตามธาตุ เช่น Meteor Shower (ไฟ) และ Healing Rain (น้ำ ฮีลเพื่อนในวง) ยืนห่างๆ ตีได้สบาย เหมาะกับมือใหม่ที่สุด
- Scepter + Focus: Scepter ยิงเป้าเดี่ยวระยะกลาง เช่น Flamestrike (ไฟ) และ Arc Lightning (ลม) ส่วน Focus ให้เกราะและคุมศัตรู เช่น Fire Shield และ Obsidian Flesh ช่วยให้ทนขึ้นมาก
- Dagger + Dagger: สู้ใกล้ ดาเมจสูง แต่เสี่ยงกว่า เหมาะเมื่อชินกับการสลับธาตุแล้ว เช่น Burning Speed (ไฟ) พุ่งเข้าหาศัตรู
ถ้ามี Janthir Wilds ใช้หอก (Spear) บนบกได้ และถ้ามี Secrets of the Obscure กับ Expanded Weapon Proficiency จะได้ Pistol เพิ่ม ทั้งสองอย่างไม่จำเป็นตอนเริ่ม
เคล็ดลับ:ทุกอาวุธข้างบนใช้ได้ฟรี ลองสลับธาตุซ้ำกับ Staff จนคุ้นว่าธาตุไหนทำอะไร แล้วค่อยเพิ่มอาวุธอื่น
สลับอาวุธ (เลเวล 10) กรณีพิเศษของ Elementalist
เลเวล 10 ทุกอาชีพพกอาวุธสองชุดได้ แต่ Elementalist สลับอาวุธได้เฉพาะตอนไม่ได้สู้เท่านั้น (Engineer และ Bladesworn ของ Warrior เป็นแบบเดียวกัน) ระหว่างสู้ต้องใช้การสลับธาตุแทน ซึ่งทำให้ได้สกิลคนละชุดอยู่แล้ว
จึงจัดแบบนี้ก็ได้: ชุดแรก Staff สำหรับตีไกลหรือฮีลวง ชุดสอง Scepter + Focus สำหรับเป้าเดี่ยวและทนมากขึ้น แล้วสลับก่อนเริ่มสู้
สกิลฮีลที่แนะนำ
Glyph of Elemental Harmony: ฮีลตัวเองทันที และได้ boon (ผลดี เช่นเร็วขึ้นหรือป้องกันมากขึ้น) ตามธาตุที่ใช้ตอนกด คูลดาวน์ 20 วินาที
อีกตัวคือ Ether Renewal ฮีลทีละนิดตามจังหวะ (8 ครั้ง) พร้อมล้างสถานะร้ายหนึ่งอย่าง คูลดาวน์สั้นกว่า (15 วินาที)
สกิล Utility (ปลดที่เลเวล 11, 15, 19)
ช่อง Utility เปิดที่เลเวล 11, 15 และ 19 สามตัวที่เล่นง่ายสำหรับโอเพนเวิลด์:
- Lightning Flash: วาร์ปไปจุดที่เลือก ใช้หนีเมื่อเลือดเริ่มต่ำหรือข้ามทางเร็วๆ เหมาะกับอาชีพเลือดน้อย
- Armor of Earth: ได้ protection (ลดดาเมจที่ได้รับ) และ stability (กันไม่ให้โดนล้มหรือกระเด็น) พร้อมบาเรียร์ ใช้ตอนโดนรุม
- Cleansing Fire: ล้างสถานะร้ายและเผาศัตรูรอบตัว ได้ might (ดาเมจเพิ่ม) ตามจำนวนสถานะที่ล้าง
ถ้าอยากลอง Glyph of Elemental Power ผลของมันเปลี่ยนไปตามธาตุที่ใช้อยู่ ต้องจำเพิ่มอีกนิด
เลเวล 21–80: Trait และ Elite skill
เลเวล 21: เลือกสาย trait แรก
เลเวล 21 ได้ช่อง Specialization ช่องแรก (trait คือความสามารถเสริมที่เลือกเองจากแต่ละสาย) แนะนำ Fire ก่อน เพราะตรงไปตรงมา: Empowering Flame เพิ่ม Power ตอนอยู่ธาตุไฟ และ Burning Precision ทำให้การติดไฟเยอะขึ้นเมื่อตีคริติคอล เหมาะกับการไปตีแรงทางธาตุไฟเป็นหลัก
เคล็ดลับ:ตั้ง trait ในแท็บ Build (กด H) ดูรายชื่อสายทั้งหมดของ Elementalist ได้ที่ หน้าข้อมูล Elementalist
เลเวล 45: สายที่สอง
ช่องที่สองเปิดที่เลเวล 45 ใส่ Water ได้ เพราะ Soothing Mist ฮีลคุณและเพื่อนใกล้ๆ ตอนอยู่ธาตุน้ำ และ Healing Ripple ฮีลทุกครั้งที่สลับเข้าน้ำ ช่วยให้ทนขึ้นมาก ถ้าอยากทนแบบอื่น ลอง Earth ที่มี Stone Flesh ลดดาเมจที่ได้รับตอนอยู่ธาตุดิน
เลเวล 71: สายที่สาม
ช่องที่สามเปิดที่เลเวล 71 (และจะเป็นช่องใส่ Elite Spec ตอนเลเวล 80) ใส่ Arcane ซึ่งเน้นการสลับธาตุโดยตรง: Arcane Prowess ให้ boon ทุกครั้งที่สลับธาตุ และElemental Enchantment ลดเวลารอสลับธาตุ ทำให้หมุนธาตุคล่องขึ้นมาก
Elite skill (ปลดที่เลเวล 31)
Glyph of Elementals เรียกธาตุเป็นผู้ช่วยตามธาตุที่ใช้ตอนกด (คูลดาวน์ 40 วินาที) กดแล้วปล่อยได้ เหมาะกับมือใหม่
ถ้าอยากรอดมากขึ้น ลอง Tornado เปลี่ยนเป็นพายุ ได้ stability และเหวี่ยงศัตรูขึ้นกลางอากาศ หรือ Conjure Fiery Greatsword เรียกดาบไฟมาถือ
เลเวล 80: เลือกทางของคุณ
เลือก Elite Spec
ที่เลเวล 80 ปลดล็อก Elite Spec ด้วย Hero Point (250 แต้มต่อสาย เริ่มใช้ได้ที่ 30 แต้ม สายของ Visions of Eternity ต้อง 40) วิธีเก็บอยู่ใน ปลดล็อก Elite Spec แรก ต้องมีภาคเสริมของสายนั้น
- Tempest (Heart of Thorns): ใช้ Warhorn มี Overload ปลดปล่อยพลังธาตุแรงขึ้นแลกกับรอสลับธาตุนานขึ้น กับสกิลตะโกน (shout) ที่ให้ aura รอบตัว เป็นสายซัพพอร์ตโดยธรรมชาติ เหมาะกับมือใหม่ที่อยากช่วยเพื่อน
- Weaver (Path of Fire): ใช้ Sword ผสมสองธาตุพร้อมกันเป็นสกิลใหม่ ลดเวลารอสลับธาตุ สกิลเยอะและซับซ้อน แต่คุ้มเมื่อชินแล้ว
- Catalyst (End of Dragons): ใช้ Hammer กับ Jade Sphere วางลูกพลังให้ boon กับเพื่อนในวง
- Evoker (Visions of Eternity): กด F5 เลือกธาตุประจำตัวหนึ่งธาตุ ได้สัตว์วิญญาณ (familiar) ของธาตุนั้นมาช่วยสู้ และธาตุนั้นสลับกลับได้เร็วขึ้น สกิล utility ใหม่เป็นแบบ meditation
ถ้ามี Secrets of the Obscure และปลดล็อก Weaponmaster Training จะใช้ Warhorn, Sword และ Hammer ได้โดยไม่ต้องใส่ Elite Spec (ใช้กับอาวุธจาก HoT, PoF และ EoD เท่านั้น)
เคล็ดลับ:อ่านรายละเอียดแต่ละสายที่ Tempest, Weaver, Catalyst และ Evoker
ชุดสเตตตามบทบาท
สเตต (stat) คือชุดค่าพลังที่ติดมากับเกียร์ เลือกให้ตรงกับวิธีตีของคุณ ดูเรื่องเกียร์ทั้งหมดที่ เกียร์ & Build และทางปรับเกียร์เป็นระดับสูงที่ ทำ Ascended Gear
- ตีแรงด้วยดาเมจตรง (power): Berserker's (Power, Precision, Ferocity) หรือ Marauder ที่เพิ่ม Vitality ให้เลือดมากขึ้น ซึ่งเหมาะกับอาชีพเลือดน้อยอย่างนี้
- ตีด้วยสถานะร้าย (condition เช่นไฟไหม้ เลือดไหล): Viper's (Power, Condition Damage, Precision, Expertise)
- ฮีลและซัพพอร์ต (เช่น Tempest): Harrier's (Power, Healing Power, Concentration) หรือ Minstrel's ที่ทนกว่าเพราะมี Toughness และ Vitality
เคล็ดลับ:ระหว่างเลเวลขึ้นเร็ว ใส่เกียร์ที่เก็บได้ไปก่อน แล้วค่อยจัดชุดสเตตจริงจังตอนเลเวล 80
ทีมต้องการอะไรจาก Elementalist
ใน Fractal, Strike และ Raid Elementalist ได้ทั้งบทบาทตีดาเมจและซัพพอร์ต เพราะสกิลหลายอย่างให้ boon และ aura กับเพื่อนในวง (aura คือเอฟเฟกต์ติดตัวที่ตอบโต้ศัตรูที่โจมตี) Tempest และ Catalyst เป็นสายที่มี trait แจก alacrity หรือ quickness ให้เพื่อน ส่วนใน WvW และ PvP ธาตุหลายแบบทำให้เลือกคุมพื้นที่หรือฮีลได้
Build โลกเปิดที่อธิบายเป็นภาษาไทยทุกช่อง: Elementalist สาย Power ไม่ต้องมีภาคเสริม และ Catalyst สาย Celestial แจก Quickness หรือ ใส่ API key ให้เว็บดูตัวละครของคุณ แล้วแนะนำ build ที่บัญชีคุณใช้ได้
แหล่งข้อมูล
- Elementalist – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Attunement – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Weapon skill – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Weapon swap – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Utility skill – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Weaponmaster Training – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Expanded Weapon Proficiency – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Attribute combinations – Guild Wars 2 Wiki ↗