Mesmer Beginner Guide

วิธีเล่น Mesmer

Mesmer คือนักมายากลที่สร้างร่างโคลนหลอกศัตรู แล้วสั่งให้ระเบิดเป็นดาเมจและเอฟเฟกต์ต่างๆ คู่มือนี้พาไล่ตั้งแต่เลเวล 1 จนถึงเลือก Elite Spec ทีละขั้น

ต้องมีก่อน

  • บัญชี Guild Wars 2 และตัวละคร Mesmer (เกมหลักเล่นฟรี)
  • Elite Spec ต้องมีภาคเสริมที่สายนั้นอยู่ และตัวละครเลเวล 80
รางวัล
รู้ว่าแต่ละช่วงเลเวลควรเลือกอาวุธ สกิล และ trait อะไร พร้อมทางไปต่อเมื่อถึงเลเวล 80
ค่าใช้จ่าย
เล่นฟรี · Elite Spec ต้องมีภาคเสริม
ใช้เวลา
ไล่ไปพร้อมเลเวล 1–80
Simplest New Player Guide To Mesmer in Guild Wars 2 2026ภาษาอังกฤษ · Caffeinated Dad Gaming · แนะนำ Mesmer สำหรับผู้เล่นใหม่ดูบน YouTube ↗

ทำแล้ว 0 จาก 13 ขั้น

รู้จักอาชีพก่อนเล่น

  1. Mesmer เล่นเป็นอย่างไร

    Mesmer ใส่เกราะเบา (light armor) เลือดปานกลาง (ฐาน 15,922 ที่เลเวล 80) สู้ด้วยภาพลวงตา สร้างร่างเลียนแบบตัวเองมาตีและหลอกให้ศัตรูสับสน มีสกิลบล็อก หลบ และหายตัวเยอะ เพื่อให้รอดระหว่างรอร่างโคลนทำงาน

    จุดเด่นคือสกิลหลากหลาย ทั้งควบคุม ซัพพอร์ต และตีแรง จุดอ่อนคือต้องคิดเรื่องจังหวะ สร้างร่างโคลนก่อนแล้วค่อยสั่งระเบิด จึงไม่ใช่อาชีพที่กดรัวอย่างเดียว เหมาะกับคนที่ชอบเล่นฉลาดและหลอกล่อ ดูอาชีพอื่นเปรียบเทียบได้ที่ หน้าอาชีพ

    เคล็ดลับ:ดูสรุปอาชีพนี้และ Elite Spec ทั้ง 4 สายที่ หน้าข้อมูล Mesmer

    wiki ↗

  2. กลไกพิเศษ: Illusions และ Shatter (F1–F4)

    Mesmer สร้าง Illusions ได้สองแบบ Clone (โคลน) คือร่างเหมือนตัวเอง ตีอ่อน เปราะบาง ไว้หลอกศัตรู มีได้พร้อมกันสูงสุด 3 ตัว ส่วน Phantasm (แฟนตัสม์) คือภาพลวงที่พุ่งไปโจมตีหนักครั้งเดียว แล้วหายไปและทิ้งโคลนไว้แทน

    ปุ่ม F1–F4 คือ Shatter สั่งให้โคลนที่มีอยู่ระเบิดทั้งหมด ยิ่งมีโคลนมากยิ่งแรง:

    • F1 Mind Wrack: ระเบิดดาเมจ (เลเวล 5)
    • F2 Cry of Frustration: ทำให้ศัตรูสับสน (confusion เป็นสถานะที่ทำดาเมจทุกครั้งที่ศัตรูใช้สกิล) (เลเวล 11)
    • F3 Diversion: ทำให้เป้าหมายของโคลนมึน (เลเวล 15)
    • F4 Distortion: ตัวคุณเองไม่โดนดาเมจชั่วคราว นานขึ้นตามจำนวนโคลน (เลเวล 19)

    โคลนจะวิ่งไปหาเป้าหมายของตัวเองก่อนระเบิด ดังนั้นศัตรูที่ไกลเกินไปอาจฆ่าโคลนก่อนได้ สั่ง Shatter ในจังหวะที่โคลนอยู่ใกล้ศัตรู

    เคล็ดลับ:ถ้าไม่มีโคลน Shatter จะไม่ค่อยได้ผล สร้างโคลนก่อนเสมอ ด้วยสกิลอาวุธที่ผลิตโคลน หรือ Utility เช่น Mirror Images

    wiki ↗

เลเวล 1–20: อาวุธและสกิลแรก

  1. อาวุธเริ่มต้นที่เล่นง่าย

    สกิลช่อง 2 ปลดที่เลเวล 2, ช่อง 3 ที่เลเวล 4, ช่อง 4 ที่เลเวล 6 (ต้องมีอาวุธมือรอง ปลดที่เลเวล 7) และช่อง 5 ที่เลเวล 8 อาวุธสองมือและอาวุธมือรองส่วนใหญ่มีสกิล Phantasm ติดมาด้วย ลองสามแบบนี้

    • Greatsword: ยิงลำแสง Spatial Surge ที่ยิ่งไกลยิ่งแรง ช่อง 4 Phantasmal Berserker เรียก Phantasm เข้าไปตีใกล้ๆ ให้ เหมาะกับคนที่อยากอยู่ห่างศัตรู
    • Scepter + Sword: Scepter ยิง Ether Bolt ระยะกลาง ช่อง 2 Illusionary Counter บล็อกการโจมตีถัดไปแล้วสวนกลับพร้อมสร้างโคลน ส่วน Sword มือรองมี Illusionary Riposte บล็อกและสร้างโคลนเมื่อโดนตีเช่นกัน ได้โคลนไว้ใช้ Shatter ต่อเนื่องและรอดง่าย
    • Staff: Winds of Chaos เด้งระหว่างศัตรูกับเพื่อน ทำสถานะร้ายใส่ศัตรูและช่วยเพื่อน ช่อง 2 Phase Retreat วาร์ปหนีเป้าหมายพร้อมทิ้งโคลนไว้ เป็นชุดป้องกัน

    ถ้ามี Janthir Wilds ใช้หอก (Spear) บนบกได้ และถ้ามี Secrets of the Obscure กับ Expanded Weapon Proficiency จะได้ Rifle เพิ่ม ทั้งสองอย่างไม่จำเป็นตอนเริ่ม

    เคล็ดลับ:มือใหม่แนะนำ Scepter + Sword เพราะมีทั้งบล็อกและโคลน ทำให้ได้ฝึกใช้ Shatter ไปด้วยโดยไม่ต้องเสี่ยงมากนัก

    wiki ↗

  2. สลับอาวุธ (เลเวล 10)

    เลเวล 10 พกอาวุธสองชุดและกดสลับระหว่างสู้ได้ (ปุ่ม ~ เป็นค่าเริ่มต้น) สลับระหว่างสู้มีคูลดาวน์ 10 วินาที

    ไอเดียง่ายๆ: ชุดแรก Scepter + Sword สู้ใกล้และสร้างโคลน ชุดสอง Greatsword หรือ Staff สำหรับยิงไกลหรือถอย ถ้าสองชุดมีอาวุธประเภทเดียวกัน สกิลของมันแชร์คูลดาวน์กัน

    wiki ↗

  3. สกิลฮีลที่แนะนำ

    Mirror ฮีลตัวเองและสะท้อนกระสุนที่ยิงเข้ามา ใช้ง่าย ไม่ต้องมีโคลน

    Ether Feast ฮีลและล้างสถานะร้าย แรงขึ้นตามจำนวนโคลนที่มี เมื่อชินกับการสร้างโคลนแล้วลองตัวนี้ ส่วน Mantra of Recovery ต้องชาร์จก่อนจึงฮีลได้ทั้งตัวเองและเพื่อน

  4. สกิล Utility (ปลดที่เลเวล 11, 15, 19)

    ช่อง Utility เปิดที่เลเวล 11, 15 และ 19 สามตัวที่เหมาะกับโอเพนเวิลด์:

    • Blink: วาร์ปไปจุดที่เลือก ใช้ข้ามพื้นที่หรือหนีเมื่อโดนล้อม
    • Mirror Images: สร้างโคลนสองตัวทันที เติมโคลนให้ Shatter ได้รวดเร็ว
    • Decoy: ล่องหนพร้อมสร้างภาพลวงมาตีศัตรู ใช้ตอนต้องการหลุดจากการโจมตี

    ถ้าเล่นกับเพื่อน ลอง Portal Entre (ทำประตูพาเพื่อนวาร์ปไปอีกจุด สร้างประตูใหม่จะทำลายประตูเก่า) หรือ Null Field (ล้างสถานะร้ายของเพื่อนและดึง boon จากศัตรู)

    wiki ↗

เลเวล 21–80: Trait และ Elite skill

  1. เลเวล 21: เลือกสาย trait แรก

    เลเวล 21 ได้ช่อง Specialization ช่องแรก (trait คือความสามารถเสริมที่เลือกเองจากแต่ละสาย) แนะนำ Domination เพราะเสริมทั้ง Phantasm และ Shatter: Empowered Illusions ให้ภาพลวงตีแรงขึ้น และ Rending Shatter ทำให้ Shatter ใส่ vulnerability (ศัตรูรับดาเมจเพิ่ม)

    เคล็ดลับ:ตั้ง trait ในแท็บ Build (กด H) ดูรายชื่อสายทั้งหมดของ Mesmer ได้ที่ หน้าข้อมูล Mesmer

    wiki ↗

  2. เลเวล 45: สายที่สอง

    ช่องที่สองเปิดที่เลเวล 45 ใส่ Illusions สายที่เน้น Shatter โดยตรง: Master of Misdirection ลดเวลารอ Shatter ทำให้ใช้ได้บ่อยขึ้น และ Compounding Power เพิ่มดาเมจทุกครั้งที่สร้างภาพลวง

  3. เลเวล 71: สายที่สาม

    ช่องที่สามเปิดที่เลเวล 71 (และจะเป็นช่องใส่ Elite Spec ตอนเลเวล 80) ใส่ Inspiration ถ้าอยากทนขึ้น: Restorative Illusions ฮีลและล้างสถานะร้ายเมื่อใช้ Shatter และEgo Restoration สร้างโคลนเมื่อใช้สกิลฮีล ส่วน Chaos เหมาะถ้าอยากได้การป้องกันแบบอื่น

  4. Elite skill (ปลดที่เลเวล 31)

    Time Warp สร้างพื้นที่บิดเวลา ให้คุณกับเพื่อนได้ quickness (ทำทุกอย่างเร็วขึ้น) และชะลอศัตรู เหมาะเมื่อเล่นเป็นกลุ่ม

    เล่นคนเดียวลอง Signet of Humility เปลี่ยนศัตรูให้เป็นนก Moa (ศัตรูที่มี defiant bar จะโดนลดแถบแทน) หรือ Mass Invisibility ให้ทุกคนล่องหนชั่วคราว

    wiki ↗

เลเวล 80: เลือกทางของคุณ

  1. เลือก Elite Spec

    ที่เลเวล 80 ปลดล็อก Elite Spec ด้วย Hero Point (250 แต้มต่อสาย เริ่มใช้ได้ที่ 30 แต้ม สายของ Visions of Eternity ต้อง 40) วิธีเก็บอยู่ใน ปลดล็อก Elite Spec แรก ต้องมีภาคเสริมของสายนั้น

    • Mirage (Path of Fire): ใช้ Axe เปลี่ยนท่าหลบเป็น Mirage Cloak หลบได้โดยกลมกลืนกับโคลน แล้วใช้ท่า Ambush สวนกลับ หลบเก่งและตรงไปตรงมา จึงน่าลองก่อน
    • Chronomancer (Heart of Thorns): ใช้ Shield กับ well ที่ให้ boon เพื่อน มี alacrity (ทำให้สกิลฟื้นเร็ว) และย้อนเวลาได้ด้วย Continuum Split เหมาะกับคนอยากซัพพอร์ต
    • Virtuoso (End of Dragons): ใช้ Dagger แทนโคลนด้วยใบมีดพลังจิต (blade) ยิงจากไกล ไม่ต้องคอยดูแลโคลน
    • Troubadour (Visions of Eternity): ใช้โน้ต (note) แทนโคลน และเครื่องดนตรีแทน Shatter ร่ายพลังเสียงให้เพื่อนและรบกวนศัตรู

    ถ้ามี Secrets of the Obscure และปลดล็อก Weaponmaster Training จะใช้ Axe, Shield และ Dagger ได้โดยไม่ต้องใส่ Elite Spec (ใช้กับอาวุธจาก HoT, PoF และ EoD เท่านั้น)

    เคล็ดลับ:อ่านรายละเอียดแต่ละสายที่ Mirage, Chronomancer, Virtuoso และ Troubadour

    wiki ↗

  2. ชุดสเตตตามบทบาท

    สเตต (stat) คือชุดค่าพลังที่ติดมากับเกียร์ เลือกให้ตรงกับวิธีตีของคุณ ดูเรื่องเกียร์ทั้งหมดที่ เกียร์ & Build และทางปรับเกียร์เป็นระดับสูงที่ ทำ Ascended Gear

    • ตีแรงด้วยดาเมจตรง (power): Berserker's (Power, Precision, Ferocity) หรือ Marauder ที่เพิ่ม Vitality
    • ตีด้วยสถานะร้าย (condition เช่นเลือดไหล ไฟไหม้): Viper's (Power, Condition Damage, Precision, Expertise)
    • ซัพพอร์ต (เช่น Chronomancer): Harrier's หรือ Diviner's ที่เพิ่ม Concentration ทำให้ boon อยู่นานขึ้น

    เคล็ดลับ:ระหว่างเลเวลขึ้นเร็ว ใส่เกียร์ที่เก็บได้ไปก่อน แล้วค่อยจัดชุดสเตตจริงจังตอนเลเวล 80

    wiki ↗

  3. ทีมต้องการอะไรจาก Mesmer

    ใน Fractal, Strike และ Raid Mesmer ทำได้ทั้งตีดาเมจและซัพพอร์ต: Chronomancer มี trait ที่แจก alacrity และ quickness ให้เพื่อนในวง ส่วน Portal พาทีมข้ามจุดอันตรายได้ ใน WvW และ PvP สกิลควบคุมและหลบเลี่ยงช่วยให้เลือกสู้หรือหลุดการต่อสู้ได้

    Build โลกเปิดที่อธิบายเป็นภาษาไทยทุกช่อง: Mesmer สาย Power ไม่ต้องมีภาคเสริม และ Mirage สายสถานะร้าย ถือไม้เท้าสองเล่ม หรือ ใส่ API key ให้เว็บดูตัวละครของคุณ แล้วแนะนำ build ที่บัญชีคุณใช้ได้