Warrior Beginner Guide
วิธีเล่น Warrior
นักรบเกราะหนัก เลือดเยอะ เข้าใจง่าย ตีเพื่อสะสมพลังแล้วปล่อยท่าไม้ตายด้วยปุ่ม F1 ปุ่มเดียว เหมาะเป็นตัวละครแรกของคนที่ไม่เคยเล่น
ต้องมีก่อน
- บัญชีเกม Guild Wars 2 (เล่นฟรีได้ Warrior เลือกสร้างได้เลย)
- Elite Spec ต้องมีภาคเสริมของสายนั้น และตัวละครเลเวล 80
- รางวัล
- รู้วิธีใช้ Adrenaline กับ Burst เลือกอาวุธ trait และ Elite Spec ได้อย่างมั่นใจ
- ค่าใช้จ่าย
- เล่นฟรี · Elite Spec ต้องมีภาคเสริม
- ใช้เวลา
- ไล่ไปพร้อมเลเวล 1–80
ทำแล้ว 0 จาก 13 ขั้น
รู้จักอาชีพก่อนเล่น
Warrior เล่นแล้วรู้สึกยังไง
Warrior คือนักรบหน้าด่าน ใส่เกราะหนัก และมีเลือดพื้นฐานสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในเกม (ราว 19,200 ที่เลเวล 80 เท่ากับ Necromancer) จึงทนทานมาก ผิดพลาดนิดหน่อยก็ไม่ตายง่าย
จุดเด่นคือมีอาวุธให้เลือกมากที่สุดในทุกอาชีพ และเล่นตรงไปตรงมา จุดอ่อนคือไม่มีกลไกกันตัวติดตัวแบบ Guardian ต้องอาศัยการกลิ้งหลบ (dodge) และเลือกสกิลป้องกันให้เหมาะ
เหมาะกับคนที่อยากเริ่มด้วยอาชีพเข้าใจง่าย ไม่ต้องจำปุ่มเยอะ และอยากสู้ใกล้ชิดกับศัตรู
ปุ่ม F1: Adrenaline และ Burst
แถบกลไกเปิดที่เลเวล 5 กลไกของ Warrior คือ Adrenaline (พลังโหมที่ได้จากการตี) ทุกครั้งที่ตีโดนด้วยสกิลธรรมดา คุณจะได้แต้มเพิ่ม พอครบ 10 แต้มได้ 1 ขั้น มีทั้งหมด 3 ขั้น (ขั้น 2 เปิดที่เลเวล 11 ขั้น 3 ที่เลเวล 15)
เมื่อมีอย่างน้อย 1 ขั้น กด F1 เพื่อใช้ท่าไม้ตาย Burst ของอาวุธที่ถืออยู่ ยิ่งใช้หลายขั้น ท่ายิ่งแรง และ Adrenaline จะถูกใช้หมดทุกขั้นที่ครบ แต่ละอาวุธมี Burst ของตัวเอง เช่น:
- Greatsword: Arcing Slice ฟันเป็นวงกลมรอบตัวและให้ Fury
- Hammer: Earthshaker กระโดดทุบพื้นและทำให้ศัตรูสตัน
- Axe: Eviscerate พุ่งเข้าฟันและให้ Might
- Longbow: Combustive Shot ยิงให้เกิดพื้นไฟเผาศัตรู
ถ้าออกจากการต่อสู้นานเกิน 2 วินาที Adrenaline จะค่อยๆ หายไป เพราะฉะนั้นอย่าเก็บไว้ ใช้เมื่อเต็มขั้นได้เลย
เคล็ดลับ:ถ้ายังไม่มั่นใจ กดทุกครั้งที่มี Adrenaline อย่างน้อยหนึ่งขั้น ก็ดีกว่าสะสมจนหายไปเอง
เลเวล 1–20: อาวุธและสกิลแรก
เลือกอาวุธเริ่มต้น
สกิลอาวุธเปิดทีละช่อง: ช่อง 2 ที่เลเวล 2, ช่อง 3 ที่ 4 และช่อง 5 ที่ 8 (ช่อง 4 เปิดช่วงเลเวล 6–7) Warrior ใช้อาวุธได้หลายชนิดมาก สามชุดนี้เหมาะกับมือใหม่:
- Greatsword (สองมือ ระยะประชิด): Hundred Blades ฟันศัตรูหลายตัวรัวๆ Whirlwind Attack หมุนตัวฟันไปตามทาง Bladetrail ขว้างดาบไปมัดศัตรู ตีกลุ่มศัตรูได้ดี
- Sword + Shield (ประชิด สายทน): Savage Leap พุ่งเข้าหา และ Shield มี Shield Stance ที่บล็อกการโจมตี กับ Shield Bash ที่ทำให้สตัน
- Longbow (สองมือ ระยะไกล): Fan of Fire ยิงลูกธนูไฟ 3 ดอกให้ศัตรูไหม้ Pin Down ตรึงศัตรูให้ขยับไม่ได้ ใช้ตอนศัตรูอยู่ไกลหรือเมื่อต้องถอยออกมา
เคล็ดลับ:ภาคเสริม Janthir Wilds เปิดให้ใช้ Spear บนบกได้ทุกอาชีพ และ Secrets of the Obscure เพิ่ม Staff ให้ Warrior ไม่จำเป็นต้องมีตอนเริ่ม
สลับชุดอาวุธ (เลเวล 10)
ที่เลเวล 10 ถือได้สองชุดและสลับด้วยปุ่มสลับอาวุธ (ค่าเริ่มต้น ~) Warrior เด่นตรงที่คูลดาวน์สลับในการต่อสู้แค่ 5 วินาที ขณะที่อาชีพอื่นต้องรอ 10 วินาที
ลองจับคู่แบบนี้: ชุดที่ 1 Greatsword ไว้สู้ใกล้ ชุดที่ 2 Longbow ไว้ยิงตอนศัตรูอยู่ไกล หรือ Sword + Shield ตอนต้องทนมากขึ้น และเนื่องจากคูลดาวน์สั้น สลับแล้วใช้ Burst ของอีกชุดต่อได้เลย
สกิลฮีลแรก
แนะนำ Healing Signet: passive ฟื้นเลือดให้เรื่อยๆ ไม่ต้องกดอะไรเลย และเมื่อกดจะฮีลทันทีพร้อมให้ Resistance (boon ที่ทำให้ condition ไม่ทำดาเมจ เช่น ช้า ตรึง หรือกลัว ไม่ได้ผลชั่วครู่) เหมาะกับมือใหม่ที่ยังชินกับปุ่มไม่หมด
ถ้าอยากได้ฮีลที่กดเอง ลอง Mending ที่ฮีลและถอด condition (สถานะเสีย เช่น ไหม้ เลือดไหล) ออกให้
เคล็ดลับ:สกิลฮีล utility และ elite ต้องปลดด้วย Hero Point ในแท็บ Training (กด H) ก่อนใส่ได้
สกิล utility (ช่องเปิดที่เลเวล 11 / 15 / 19)
สำหรับโลกเปิด 3 อย่างนี้ใช้ง่ายมาก:
- Endure Pain: ไม่โดนดาเมจจากการโจมตีชั่วครู่ (ยังโดน condition ได้) ใช้ตอนเลือดใกล้หมด
- "Shake It Off!": ถอด condition ออกจากตัวเองและเพื่อน พร้อมแก้สตัน คูลดาวน์สั้นมาก
- Bull's Charge: พุ่งชนศัตรูให้ล้ม ใช้เข้าหาเป้าหมายไกลๆ หรือเปิดไฟต์
อีกตัวที่ดีคือ Signet of Might (passive เพิ่มพลังโจมตี) หรือ "For Great Justice!" (แจก Fury กับ Might ให้ทั้งทีม)
ค่าใช้จ่ายสกิลละ 2–5 Hero Point
เลเวล 21–80: Trait และ Elite skill
ช่องที่ 1 (เลเวล 21): Strength
Strength เพิ่มพลังโจมตีและเกี่ยวกับ Might (บัฟพลังโจมตี) Forceful Greatsword ให้พลังโจมตีกับโอกาสได้ Might เมื่อคริติคอล (ดับเบิลเมื่อถือ Greatsword) Berserker's Power เพิ่มดาเมจเมื่อใช้ Burst ตามที่มี Adrenaline อยู่
เลือกก่อนเพราะตรงกับวิธีเล่นของ Warrior ตีแรงขึ้นทันที
เคล็ดลับ:ดูรายละเอียดที่หน้า Strength
ช่องที่ 2 (เลเวล 45): Discipline
Discipline เกี่ยวกับ Burst และการสลับอาวุธ Versatile Rage ให้ Adrenaline เมื่อสลับอาวุธ Versatile Power ให้ Might และลดคูลดาวน์ Burst Burst Mastery ทำให้ Burst แรงขึ้นและคืน Adrenaline บางส่วน
จับคู่กับการสลับ Greatsword/Longbow ที่แนะนำไว้ จะมี Burst ใช้บ่อยมาก
เคล็ดลับ:สายอื่น: Arms (คริติคอลและเลือดไหล), Defense (ทน), Tactics (ซัพพอร์ตเพื่อน)
ช่องที่ 3 (เลเวล 71): Defense
Defense เสริมความทน Thick Skin ให้ Protection เมื่อใช้สกิลฮีล Resilient Roll ให้ Resistance เมื่อกลิ้งหลบ Shield Master สะท้อนกระสุนเมื่อบล็อก (เหมาะกับ Shield) เมื่อเลเวลสูงขึ้นศัตรูแรงขึ้น ความทนช่วยให้เรียนรู้จังหวะได้ง่าย
ถ้าสนใจช่วยเพื่อน ลอง Tactics แทน: Shrug It Off ใช้ "Shake It Off!" อัตโนมัติเมื่อกดฮีล
สกิล elite (ปลดช่องที่เลเวล 31)
แนะนำ Signet of Rage (คูลดาวน์ 40 วินาที): passive ให้ Adrenaline เมื่ออยู่ในการต่อสู้ ทำให้ Burst มีใช้ตลอด และเมื่อกดจะได้ Fury, Might และ Swiftness (วิ่งเร็วขึ้น)
ถ้าเล่นเป็นกลุ่มลอง Battle Standard (90 วินาที) ที่ปักธงชุบเพื่อนที่ล้มและแจก boon เป็นระยะ หรือ Rampage เปลี่ยนเป็นร่างยักษ์ลดดาเมจที่โดน
เลเวล 80: เลือกทางของคุณ
เลือก Elite Spec แรก
Elite Spec ทุกสายต้องมีภาคเสริมของสายนั้น ปลดที่เลเวล 80 ด้วย Hero Point ดูวิธีทำที่ ปลดล็อก Elite Spec แรก
- Berserker (Heart of Thorns): ได้ Torch กดปุ่ม F2 Berserk เพื่อเข้าโหมดคลั่ง Burst จะถูกแทนด้วย Primal Burst และ Adrenaline เหลือสูงสุด 1 ขั้น ตีหนักและเล่นเร็ว เหมาะกับมือใหม่ที่ชอบลุยเต็มตัว
- Spellbreaker (Path of Fire): ได้ Dagger และ Full Counter ที่ดูดซับการโจมตีแล้วสวนกลับ ลบ boon ศัตรู เด่นเรื่องการป้องกันและควบคุม
- Bladesworn (End of Dragons): ได้ Pistol มือรองกับ Gunsaber ใช้ Flow แทน Adrenaline และสลับอาวุธได้เฉพาะนอกการต่อสู้ ตีหนักเป็นช่วงๆ
- Paragon (Visions of Eternity): ถือ Spear กับ Shield ใช้ Burst สะสม Motivation แล้วเปลี่ยนเป็น Chant ที่ช่วยทีมหรือกดดันศัตรู เน้นซัพพอร์ต
เคล็ดลับ:Secrets of the Obscure มี Weaponmaster Training ให้ใช้อาวุธของ Elite Spec (Torch, Dagger, Pistol) ได้โดยไม่ต้องใส่สายนั้น ดูข้อมูลเพิ่มที่ ฐานข้อมูล Warrior
เลือกสเตตเกียร์ให้ตรงบทบาท
ชุดสเตตที่ใช้บ่อยกับ Warrior:
- Berserker's (Power · Precision · Ferocity): ตีแรงสูงสุดแต่ไม่มีเลือดเพิ่ม
- Marauder (Power · Precision · Vitality · Ferocity): แรงและมีเลือดเพิ่ม เหมาะโลกเปิดกับ WvW
- Soldier's (Power · Toughness · Vitality): ทนมาก เหมาะตอนยังหลบไม่คล่อง
- Viper's (Power · Condition Damage · Precision · Expertise): เล่นสาย condition (Sword, Longbow ที่ใช้เลือดไหลและไฟ)
ดูตารางทั้งหมดที่ เกียร์ & Build ส่วนการอัปเป็น Ascended อ่าน ไกด์เกียร์ Ascended
กลุ่มต้องการอะไรจาก Warrior
ใน Fractal, Strike และ Raid (ดู PvE Endgame) กลุ่มมักหา DPS ฮีล และคนแจก boon ตามคำอธิบายของ Snow Crows:
- Berserker: ตีแรงและแจก Quickness ได้
- Spellbreaker: ตีแรงพร้อมควบคุมศัตรู
- Bladesworn: ตีแรงเป็นช่วงๆ และมีแบบแจก Alacrity
- Paragon: ฮีลและแจก Alacrity ให้ทีม
เรื่องบทบาทใน WvW และ PvP อ่านที่หน้าของโหมดนั้นได้
Build โลกเปิดที่อธิบายเป็นภาษาไทยทุกช่อง: Warrior สาย Power ไม่ต้องมีภาคเสริม และ Berserker ตีแรงพร้อมแจก boon หรือ ใส่ API key ให้เว็บดูตัวละครของคุณ แล้วแนะนำ build ที่บัญชีคุณใช้ได้
แหล่งข้อมูล
- Warrior – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Adrenaline – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Burst skill – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Weapon skill – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Weapon swap – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Utility skill – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Weaponmaster Training – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Expanded Weapon Proficiency – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Spear – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Health – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Attribute combinations – Guild Wars 2 Wiki ↗
- List of warrior skills – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Introduction to Warrior – Snow Crows ↗