Engineer Beginner Guide
วิธีเล่น Engineer
นักประดิษฐ์ที่มีของเล่นเยอะที่สุดในเกม ทั้งระเบิด เครื่องพ่นไฟ ยา และป้อมปืน ไกด์นี้พาเริ่มจากชุดง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มของเล่นทีละชิ้น
ต้องมีก่อน
- บัญชีเกม Guild Wars 2 (เล่นฟรีได้ Engineer เลือกสร้างได้เลย)
- Elite Spec ต้องมีภาคเสริมของสายนั้น และตัวละครเลเวล 80
- รางวัล
- รู้วิธีใช้ Tool Belt กับ Kit เลือกอาวุธ trait และ Elite Spec ที่เหมาะกับคุณ
- ค่าใช้จ่าย
- เล่นฟรี · Elite Spec ต้องมีภาคเสริม
- ใช้เวลา
- ไล่ไปพร้อมเลเวล 1–80
ทำแล้ว 0 จาก 13 ขั้น
รู้จักอาชีพก่อนเล่น
Engineer เล่นแล้วรู้สึกยังไง
Engineer ใส่เกราะกลาง เลือดปานกลาง (ราว 15,900 ที่เลเวล 80) มีชุดอาวุธให้เลือกน้อยที่สุดในทุกอาชีพ แต่ชดเชยด้วยสกิลจาก Kit (ชุดอุปกรณ์ที่ถือแทนอาวุธ) และ Tool Belt จำนวนมาก
จุดเด่นคือมีเครื่องมือครบทุกสถานการณ์ ทั้งตีไกล ตีใกล้ ฮีล กันดาเมจ จุดอ่อนคือมีปุ่มให้กดเยอะ ต้องใช้เวลาเรียนรู้ และสลับอาวุธกลางการต่อสู้ไม่ได้ (ดูขั้นตอนสลับอาวุธ)
เหมาะกับคนที่ชอบทดลองสกิล ใส่ของเล่นใหม่ๆ และไม่กลัวปุ่มเยอะ ถ้ายังไม่ชินเริ่มจากชุดง่ายๆ ก่อน
ปุ่ม F1–F5: Tool Belt
แถบกลไกเปิดที่เลเวล 5 กลไกของ Engineer คือ Tool Belt ทุกสกิลที่ใส่ในช่องฮีล utility และ elite จะมีสกิลคู่ติดมาอีกอัน อยู่บนปุ่ม F ซึ่งมีคูลดาวน์แยกจากสกิลหลัก:
- F1 คู่ของสกิลฮีล
- F2, F3, F4 คู่ของ utility ช่องที่ 1, 2, 3 (F4 เปิดที่เลเวล 19 เมื่อ utility ช่องที่ 3 เปิด)
- F5 คู่ของสกิล elite (เปิดที่เลเวล 31)
ตัวอย่าง: ใส่ Grenade Kit เป็น utility จะได้ Grenade Barrage ปาระเบิดหลายลูกพร้อมกัน ใส่ Rocket Boots จะได้ Rocket Kick เตะไฟ จึงไม่ต้องใช้สกิลหลักก็ใช้ปุ่ม F ได้เลย
เคล็ดลับ:ปุ่ม F ไม่ต้องรอให้สกิลหลักพร้อม ลองกดทุกครั้งที่คูลดาวน์หมด เป็นดาเมจหรือ utility ฟรีๆ ที่ไม่ควรปล่อยทิ้ง
เลเวล 1–20: อาวุธและสกิลแรก
เลือกอาวุธเริ่มต้น
สกิลอาวุธเปิดทีละช่อง: ช่อง 2 ที่เลเวล 2, ช่อง 3 ที่ 4 และช่อง 5 ที่ 8 (ช่อง 4 เปิดช่วงเลเวล 6–7) Engineer มีชุดอาวุธพื้นฐานแค่ Pistol, Rifle และ Shield เลือกแบบนี้ได้:
- Rifle (สองมือ ระยะไกล): Net Shot ตรึงศัตรู Overcharged Shot ยิงจนศัตรูกระเด็น และปลดตัวเองจากสถานะที่ทำให้เคลื่อนที่ไม่ได้ Jump Shot ยิงพื้นแล้วกระโดดเข้าหาเป้า เล่นง่ายและปลอดภัย
- Pistol + Pistol (ระยะกลาง สายสถานะเสีย): Poison Dart Volley ยิงลูกดอกพิษ Static Shot ยิงสายฟ้าเด้งไปหลายตัว Glue Shot ปาน้ำกาวตรึงศัตรู ได้เลือดไหลและพิษอย่างต่อเนื่อง
- Pistol + Shield (สายทน): Magnetic Shield สะท้อนกระสุนและผลักศัตรูถอย Static Shield ขว้างโล่ไฟฟ้า กันการโจมตีและสตันผู้ที่โจมตีตอนบล็อก
เคล็ดลับ:ภาคเสริม Janthir Wilds เปิดให้ใช้ Spear บนบก และ Secrets of the Obscure เพิ่ม Short bow ให้ Engineer ทั้งสองไม่จำเป็นตอนเริ่ม
สลับอาวุธ (เลเวล 10) – กรณีพิเศษของ Engineer
ที่เลเวล 10 Engineer ถืออาวุธได้สองชุด แต่สลับได้เฉพาะนอกการต่อสู้เท่านั้น (Elementalist กับ Bladesworn ก็เหมือนกัน) ใช้ตอนเตรียมตัวก่อนเข้าไฟต์ เช่น Rifle สำหรับไกล และ Pistol + Shield สำหรับตัวต่อตัว
สิ่งที่ใช้เปลี่ยนสกิลกลางไฟต์แทนคือ Kit: สกิล utility ประเภทชุดอุปกรณ์ เช่น Grenade Kit, Flamethrower, Bomb Kit กดแล้วสกิลอาวุธ 1–5 เปลี่ยนเป็นของ Kit ทันที เก็บกลับด้วยสกิล Stow เพื่อคืนอาวุธเดิมได้ทันที
สกิลฮีลแรก
แนะนำ Elixir H: ดื่มแล้วฮีลตัวเองและได้ Protection (ลดดาเมจ), Regeneration (ฟื้นเลือดเรื่อยๆ) กับ Swiftness (วิ่งเร็ว) ในปุ่มเดียว คูลดาวน์ 20 วินาที ใช้ง่ายมาก
อีกตัวเลือกคือ A.E.D. ที่เปิดไว้แล้วจะฮีลหลังผ่านไปสักพัก และถ้าโดนดาเมจจนจะตายจะฮีลก้อนใหญ่ให้และถอด condition ออกด้วย
เคล็ดลับ:สกิลฮีล utility และ elite ต้องปลดด้วย Hero Point ในแท็บ Training (กด H) ก่อนใส่ได้
สกิล utility (ช่องเปิดที่เลเวล 11 / 15 / 19)
ชุดแรกที่ใช้ง่ายสำหรับโลกเปิด:
- Grenade Kit: เปลี่ยนสกิลอาวุธเป็นระเบิดปาไกลที่ตีเป็นวงกว้าง เหมาะสู้กลุ่มศัตรู คู่หู F คือ Grenade Barrage
- Rocket Boots: พุ่งไปข้างหน้า ถอดสถานะที่ทำให้เคลื่อนที่ไม่ได้ (เช่น ช้า ตรึง) ใช้หนีหรือเข้าหาก็ได้ คูลดาวน์สั้นมาก
- Elixir B: ดื่มแล้วได้ Fury, Might, Resolution และ Swiftness พร้อมต่อเวลา boon ที่มีอยู่ ใช้เป็นบัฟก่อนไฟต์
ถ้าเจอศัตรูที่ชอบสตัน ลอง Utility Goggles ที่ทำให้หลุดสตันและถอด condition ที่ทำดาเมจ
ค่าใช้จ่ายสกิลละ 2–5 Hero Point
เลเวล 21–80: Trait และ Elite skill
ช่องที่ 1 (เลเวล 21): Explosives
Explosives เพิ่มดาเมจจากระเบิดและการระเบิด Explosive Entrance ทำให้การโจมตีแรกเมื่อเข้าสู่การต่อสู้ระเบิดใส่ศัตรู Steel-Packed Powder ทำให้ระเบิดสร้าง Vulnerable (รับดาเมจเพิ่ม) และ Grenadier ขยายวงระเบิดของ Grenade Kit
เลือกก่อนเพราะตีแรงขึ้นทันทีกับชุดที่แนะนำ ฆ่าได้เร็วทำให้ตายยากขึ้นไปด้วย
เคล็ดลับ:ดูรายละเอียดที่หน้า Explosives
ช่องที่ 2 (เลเวล 45): Tools
Tools เสริม Tool Belt โดยตรง Optimized Activation ให้ Vigor (ฟื้นพลังหลบเร็วขึ้น) เมื่อกดปุ่ม F Mechanized Deployment ลดคูลดาวน์ปุ่ม F และถอด condition ให้ด้วย Streamlined Kits ให้ Swiftness เมื่อสวม Kit
ทำให้การกดปุ่ม F1–F5 บ่อยๆ คุ้มค่ายิ่งขึ้น และเล่นกับ Kit ได้ลื่น
เคล็ดลับ:สายอื่น: Firearms (Pistol และ Flamethrower), Alchemy (Elixir), Inventions (ทน/ป้อมปืน)
ช่องที่ 3 (เลเวล 71): Inventions หรือ Alchemy
Inventions เสริมการป้องกัน: Mecha Legs ให้ Resistance เมื่อกลิ้งหลบ Over Shield ให้ Protection กับเพื่อนเมื่อใช้โล่ และ Experimental Turrets ทำให้ป้อมปืนสร้างโล่สะท้อนกระสุน
Alchemy เหมาะถ้าใช้ Elixir เยอะ: HGH ทำให้ Elixir อยู่นานขึ้นและให้ Might ส่วน Hidden Flask ดื่ม Elixir B เองเมื่อเลือดต่ำ
สกิล elite (ปลดช่องที่เลเวล 31)
แนะนำ Supply Crate (คูลดาวน์ 75 วินาที): ขอให้ส่งป้อมปืนหลายตัวมาลงที่พื้นเพื่อช่วยสู้ ปุ่ม F5 คู่กันคือ Med Pack Drop ปล่อยกล่องยาลงพื้นที่เป้าหมาย
ถ้าอยากได้ Kit อีกชุดลอง Elite Mortar Kit (ปืนครก F5 คือ Orbital Strike เรียกพลังงานจากฟ้า) หรือ Elixir X ที่ดื่มแล้วแปลงเป็นยักษ์ ทอร์นาโด หรือลิช
เลเวล 80: เลือกทางของคุณ
เลือก Elite Spec แรก
Elite Spec ทุกสายต้องมีภาคเสริมของสายนั้น ปลดที่เลเวล 80 ด้วย Hero Point ดูวิธีทำที่ ปลดล็อก Elite Spec แรก
- Scrapper (Heart of Thorns): ได้ Hammer และไจโร F5 กลายเป็น Function Gyro ที่ชุบเพื่อนที่ล้มและจบศัตรูที่ล้มจากระยะไกล เล่นแนวหน้าที่ทนทาน เหมาะกับมือใหม่ที่อยากสู้ใกล้
- Holosmith (Path of Fire): ได้ Sword และ Photon Forge (F5) ที่เปลี่ยนสกิลอาวุธเป็นดาบแสง แต่สะสมความร้อน ถ้าร้อนเกินจะ Overheat ต้องคุมให้ดี
- Mechanist (End of Dragons): ได้ Mace และหุ่น Jade Mech ที่สู้ไปกับคุณ Tool Belt ถูกแทนด้วยคำสั่งหุ่นยนต์ (Mech Command) เหมาะกับมือใหม่ที่อยากมีเพื่อนคู่ใจ
- Amalgam (Visions of Eternity): แทนปุ่ม utility บน Tool Belt ด้วย Morph แปลงร่างเป็นรูปแบบต่างๆ ตามสถานการณ์ ต้องเรียนรู้เพิ่ม
เคล็ดลับ:Secrets of the Obscure มี Weaponmaster Training ให้ใช้อาวุธของ Elite Spec (Hammer, Sword, Mace) ได้โดยไม่ต้องใส่สายนั้น ดูข้อมูลเพิ่มที่ ฐานข้อมูล Engineer
เลือกสเตตเกียร์ให้ตรงบทบาท
ชุดสเตตที่ใช้บ่อยกับ Engineer:
- Berserker's (Power · Precision · Ferocity): ตีแรงสูงสุดแต่บาง (ใช้กับ Rifle, Grenade Kit)
- Marauder (Power · Precision · Vitality · Ferocity): แรงและมีเลือดเพิ่ม เหมาะโลกเปิดกับ WvW
- Viper's (Power · Condition Damage · Precision · Expertise): สาย condition เช่น Pistol, Flamethrower
- Harrier's (Power · Healing Power · Concentration) หรือ Minstrel's (Toughness · Healing Power · Vitality · Concentration): สายฮีลและซัพพอร์ต
ดูตารางทั้งหมดที่ เกียร์ & Build ส่วนการอัปเป็น Ascended อ่าน ไกด์เกียร์ Ascended
กลุ่มต้องการอะไรจาก Engineer
ใน Fractal, Strike และ Raid (ดู PvE Endgame) กลุ่มมักหา DPS ฮีล และคนแจก boon ตามคำอธิบายของ Snow Crows:
- Scrapper: เลือกตีแรง ตีด้วย condition หรือฮีล และแจก Quickness (ทำทุกอย่างเร็วขึ้น 50%) ได้
- Holosmith: ตีแรงล้วน ทั้ง power และ condition
- Mechanist: ตีแรง ตีด้วย condition ฮีล หรือแจก Alacrity (คูลดาวน์สกิลลดเร็วขึ้น)
- Amalgam: แจก Alacrity ให้ทั้งกลุ่ม ตีแรงหรือฮีลก็ได้
เรื่องบทบาทใน WvW และ PvP อ่านที่หน้าของโหมดนั้นได้
Build โลกเปิดที่อธิบายเป็นภาษาไทยทุกช่อง: Engineer สาย Power ไม่ต้องมีภาคเสริม และ Mechanist ให้หุ่นรับดาเมจแทนคุณ หรือ ใส่ API key ให้เว็บดูตัวละครของคุณ แล้วแนะนำ build ที่บัญชีคุณใช้ได้
แหล่งข้อมูล
- Engineer – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Tool belt – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Engineering Kit – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Weapon skill – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Weapon swap – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Utility skill – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Weaponmaster Training – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Expanded Weapon Proficiency – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Spear – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Attribute combinations – Guild Wars 2 Wiki ↗
- List of engineer skills – Guild Wars 2 Wiki ↗
- Introduction to Engineer – Snow Crows ↗